ปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “ในหลวง” ของเรามีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ผมก็ขอเริ่มการเขียนบล๊อกนี้ด้วยการชวนทุกคนมา “ทำวัตรเช้า” กัน ด้วยการสวดมนต์ตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนตัวผมเองไม่ได้สวดมนต์ทำวัตรเช้าอย่างจริงจัง ถึงแม้นว่าสมัยที่ผมเรียนหนังสือที่ (โรงเรียนอัสสัมชัญ) จะมีการสวดมนต์กันทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน แต่พอผมได้ลองสวดมนต์ทำวัตรเช้า (ตอนแก่ 555+) ก็รู้สึกได้ว่าบทสวดทำวัตรเช้า ทำให้ผมสงบขึ้น
บทสวดมนต์ (คำแปลอยู่ใน [....])
คำนมัสการพระรัตนตรัย (พระรัตนตรัย หมายถึง แก้ว 3 ประการ อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์… เรียกความทรงจำ ตอนที่สอนลูกวิชาศาสนา ซึ่งตอนเด็ก ผมไม่เคยได้เรื่องในวิชานี้เลย)
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา [พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง]
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ [ข้าพเจ้าอภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน]
(กราบ 1 หน)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม [พระธรรมเป็นธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว]
ธัมมัง นะมัสสามิ [ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม]
(กราบ 1 หน)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ [พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฎิบัติดีแล้ว]
สังฆัง นะมามิ [ข้าพเจ้านอมน้อมพระสงฆ์]
(กราบ 1 หน)
คำนมัสการพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
[ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง]
พุทธาภิถุติ
(ผู้สวดนำเริ่มว่า หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส)
โย โส ตะถาคะโต อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
[พระคถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์]
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
[เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง]
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง
[เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอน ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย]
พุทโธ ภะคะวา
[เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเจริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์]
อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรหมะกัง
สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ
[พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงทำความดับทุกข์ ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา มาร, พรหม, และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ห้รู้ตาม]
โย ธัมมัง เทเสสิ อาทิกัลยาณัง มัชเฌกัลยาณัง ปะริโยสานะกัลยาณัง
[พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด ทรงแสดงธรรมแล้ว ไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง ไพเราะในที่สุด]
สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรหมะจะริยัง ปะกาเสสิ
[ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สินเชิง พร้อมทั้งอรรถะ(คำอธิบาย) พร้อมทั้งพยัญชนะ(หัวข้อ)]
ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ
[ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น]
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ
[ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า]
(กราบระลึกถึงพระพุทธคุณ)
ธัมมาภิถุติ
(ผู้สวดนำเริ่มว่า หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส)
โย โส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
[พระธรรมนั้นใด เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว]
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก
[เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว]
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ
[เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน]
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
[ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น]
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ
[ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า]
(กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)
สังฆาภิถุติ
(ผู้สวดนำเริ่มว่า หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส)
โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
[สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว]
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
[สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว]
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
[สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใดปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว]
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
[สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว]
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
[ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือคู่แห่งบุรุษ 4 คู่ นับเรียงตัว บุรุษได้ 8 บุรุษ]
เอสะภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
[นั้นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า]
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลิกะระณีโย
[เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี]
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ
[เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า]
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ
[ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น]
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ
[ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า]
(กราบระลึกถึงพระสังฆคุณ แล้วนั่งราบ)
-ยังมีต่อ-